Category Archives: ไม่มีหมวดหมู่

พระเครื่องมีวิธีการดูและทำอย่างไรจึงดูพระเป็น

พระเครื่องในปัจจุบันเป็นที่นิยมและศรัทธาในมวลหมู่ชาวพุทธ ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ เช่น ฮ่องกง สิงคโปร์ จีน เป็นอย่างมาก จึงมีผู้คนจำนวนมากที่มีความประสงค์ที่จะเรียนรู้ถึงการพิจารณาพระ  คำถามว่า   ทำอย่างไรจึงดูพระเป็น  เป็นคำถามที่ได้รับมาก  และ บางท่านถามมาว่า บอกหน่อยได้ไหมว่าดูอย่างไร คำถามทั้งสองข้อนี้เป็นคำถามที่คล้ายกัน แต่คำถามหลังจะดูว่าการดูพระนั้นเป็นวิชาการที่บอกกันให้เรียนรู้ได้ง่ายๆ  หากว่าสามารถที่จะบอกใด้ว่าดูอย่างไรแล้วผู้ถามสามารถพิจารณาพระได้ซึ่งคงไม่ต้องภายในบัดดล  แต่หากว่าสามารถสอนได้ภายในเวลาเดือนสองเดือนแล้วผู้ที่ได้เรียนรู้นั้นมีความสามารถที่จะดูพระได้แล้วละก็คงมีผู้ต้องการเรียนรู้จำนวนมาก  แม้ว่าต่อให้มีค่าใช้จ่ายสูงๆก็จะมีผู้ที่ยินดีที่จะศึกษาอย่างแน่นอน

การที่จะมีความสามารถในการพิจารณาพระแต่ละชนิดได้นั้น  ผู้ที่ตั้งใจจะศึกษาควรมีความสามารถที่จะหาพระในแบบที่ตนต้องการที่จะศึกษามาศึกษาได้อย่างน้อยหนึ่งองค์ยิ่งได้เห็นพระมากจะเป็นการดีเพราะในพระแท้แต่ละองค์นั้นอาจมีข้อแตกต่างกันอยู่บ้าง เมื่อได้พระแท้มาแล้วจะต้องมีความขยันที่จะส่องดู   (การส่องด้วยกล้องดูพระควรเป็นกล้องขนายขยาด 10 เท่า และมีคุณภาพทีดีพอสมควร ในปัจจุบันมีกล้องที่มีคุณภาพและมีราคาไม่แพงขายอยู่ในตลาด การส่องด้วยกล้องบางชนิดที่ไม่มีคุณภาพหรือขยายมากกว่า 10 เท่าอาจจะทำให้ปวดตาเมื่อส่องนานๆ) ต้องหมั่นสังเกตสิ่งต่างๆในองค์พระ เช่น

การจดจำพิมพ์ทรง การที่จะจำพิมพ์พระได้อย่างแม่นยำนั้นจะต้องใช้เวลาในการส่องดูเป็นจำนวนนับรวมชั่วโมงมากๆ (พระพิมพ์หนึ่งหากส่องโดยใช้ความสังเกตได้วันละหนึ่งชั่วโมงติดต่อกัน 30 วัน ควรที่จะจำพระพิมพ์นั้นได้อย่างแม่น) ทั้งนี้อยู่ที่ความสามารถในการจดจำของแต่ละบุคลด้วยบางท่านอาจจดจำได้ในเวลาอันสั้น    การจดจำพิมพ์พระ นอกจากนี้ท่านสามารถที่จะหาหนังสือพระที่ดีคือหนังสือที่ได้ถ่ายภาพพระจากพระแท้มาดูประกอบด้วยจะสามารถช่วยท่านในการจดจำพิมพ์พระได้อีกทางหนึ่ง

การสังเกตธรรมชาติของพระ คือการส่องดูสภาพทั่วๆไปขององค์พระ เช่น สังเกตดู  สภาพผิว สภาพของคราบกรุ (หากเป็นพระกรุ) สภาพของด้านข้าง ด้านหลัง หากท่านต้องการศีกษาธรรมชาติของพระสมเด็จบางขุนพรหมท่านสามารถหาพระของกรุวัดเงินคลองเตยมาศึกษาแทนได้เพราะพระกรุวัดเงินคลองเตยมีความคล้ายกับพระสมเด็จบางขุนพรหมเป็นอย่างมากยังหาได้ไม่ยากและท่านที่มีงบน้อยสามารถหามาศึกษาได้  รวมถึงเนื้อพระก็คล้ายกัน เพียงแต่พระกรุวัดเงินคลองเตยมีมวลสารที่น้อยกว่า และ พระทั้งสองกรุนี้มีอายุในสมัยเดียวกัน

การจดจำตรา  ในพระบางชนิดมีตราเช่นตราที่ประทับด้วยหมึกตรายาง  โค๊ด  อักขระ  ตัวยันต์ที่มีการประทับหรือตัวยันต์ในแม่พิมพ์ ไม่รวมถึงตัวยันต์ตัวอักขระ ที่ พระคณาจารย์ จารด้วยมือ แต่ถึงแม้ว่าจารด้วยมือก็ยังมีผู้ชำนาญบางท่านกล่าวว่าท่านมีความสามารถจำลายมือหรือรอยจารของพระคณาจารย์องค์นั้นๆได้  ตรา ยันต์ อักขระ หรือโค๊ด เหล่านี้ ควรจำให้แม่นยำเช่นกัน  เช่นเดียวกับที่จดจำพิมพ์พระ

หากเป็นพระเนื้อผง หรือ เนื้อดิน ให้สังเกตดู เนื้อพระ และ มวลสารชนิดต่างๆ  จำให้ได้เช่นเดียวกัน การจดจำมวลสารและเนื้อพระของพระสมเด็จ (พระสมเด็จวัดระฆังฯ พระสมเด็จบางขุนพรหม พระสมเด็จเกศไชโย พระกรุเจดีย์เล็กบางขุนพรหม) นั้นหากท่านสามารถได้เห็นเนื้อในของพระจะได้ประโยชน์มากในการจดจำมวลสารและเนื้อพระสมเด็จ โดยเฉพาะเนื้อด้านในของพระสมเด็จที่ได้แกะเป็นพระองค์เล็กๆซึ่งมีการแต่งจากช่างจนมีผิวเรียบแล้วจะใช้ศึกษามวลสารได้ดีมากเพราะเนื้อในของพระเห็นมวลสารได้ชัดเจนมาก   ผู้เขียนเองได้ศึกษามวลสารพระสมเด็จในเบี้องต้นด้วยวิธีนี้มาก่อน

จุดสังเกตต่างๆ  จุดสังเกตในที่นี้คือจุดที่เกิคจากแม่พิมพ์  โดยอาจเป็นการเกิดโดยธรรมชาติการใช้แม่พิมพ์นานจนชำรุด  หรือ  จากการที่ช่างแกะพิมพ์แกะพลาดทำให้เหล็กแกะเลยออกไปจนเป็นเส้นเป็นรอย หรือ ช่างจงใจให้เกิดจุดนั้นๆขึ้น  จุดสังเกตเหล่านี้ เช่น รอยเนื้อเกิน รอยหลุม รอยเส้นแตก จุดไข่ปลา เส้นทิว เป็นต้น จุดสังเกตต่างๆเหล่านี้หนังสือบางเล่มได้ลงไว้ให้ได้พิจารณากัน ทั้งนี้การที่จะกำหนดเป็นจุดสังเกตได้นั้นจะต้องเคยพบจุดในแบบเดียวกันในพระหลายๆองค์  จุดเหล่านี้ภาพพระบางพิมพ์ที่ถ่ายไว้ในหนังสือที่ชัดและภาพใหญ่พอสมควรอาจจะช่วยท่านได้บ้างในจุดเหล่านี้  นอกจากนี้ท่านอาจจำจุดสังเกตที่ท่านสังเกตพบด้วยตนเองด้วยเพิ่มขึ้นได้   ในจุดสังเกตนี้หากท่านยังไม่เคยได้เห็นของจริงจะต้องระมัดระวังด้วยเพราะของที่ทำปลอมขึ้นมาอาจทำเอาไว้ด้วยแต่ทั้งนี้การทำปลอมจะไม่เป็นธรรมชาติและไม่เหมือนกับของจริง การส่องจุดสังเกตของพระควรลองส่องในมุมต่างๆเช่น ส่องแนวราบ ส่องจากด้านข้าง ด้านบน ด้านล่าง เป็นต้น  จะทำให้เห็นจุดสังเกตได้ง่ายขึ้น

รักชาดและทอง  พระเก่าๆบางองค์มีการลงรัก ลงชาด ปิดทองคำเปลว มาแต่อดีตที่มีอายุนานมาก รัก ทอง และชาด  ที่เก่าๆเช่นนี้ท่านควร ศึกษาไว้ด้วย รักเก่ามีทั้งรักที่นำเข้าจากประเทศจีนเป็นรักที่มันสวยมีสีอมแดงที่เรียกกันว่ารักแดง บางองค์เป็นรักดำเก่ามัน บางองค์ลงรักแบบแห้งรักในแบบนี้มีทั้งที่ผิวมันและผิวแห้งด้าน  รักในพระบางองค์เก่าจนร่อนออกเอง  บางองค์มีรักเหลือติดตามซอก ส่วนชาดนั้นมีสีแดงชาดบางแบบมีสีแดงแบบเลือดนก ชาดบางอย่างแดงสดอมส้ม  ส่วนทองคำเปลวนั้นท่านต้องหมั่นศึกษาทองคำเปลวค่อนข้างยากต่อการพิจารณา  ในส่วนของรัก ชาด ทอง นี้  ท่านอาจศึกษาได้จากพระบููชาสมัยรัตนะโกสินทร์ตอนต้นซึ่งบางองค์มีให้ได้ศึกษาได้ทั้ง รัก ชาด และทองเก่าในองค์เดียวกัน และยังพอหาได้ไม่ยากไม่แพงอีกด้วย

สรุปแล้วการที่่จะมีความสามารถในการดูพระเครื่องได้นั้นก็คือ  การจดจำในสิ่งต่างๆดังกล่าวให้ได้จากองค์พระแท้นั่นเอง

โดย        ธีรยุทธ์ จงบุญญานุภาพ